นายบัณฑิต หิรัญญนิธิวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปีนี้อยู่ในภาวะ ทรงตัวแบบเลือกข้าง เนื่องจากตลาดเติบโตไม่เท่ากันทุกเซกเมนต์ โดยตลาดระดับแมส ยังได้รับแรงกดดันจากกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน และภาวะสินเชื่อที่เข้มงวด ขณะที่กลุ่มระดับกลางถึงบน และอัลตร้าลักชัวรี ยังคงแข็งแรง พร้อมแรงหนุนเพิ่มเติมจากตลาดรีโนเวตบ้านเดิมที่ขยายตัวต่อเนื่อง
สำหรับตลาดกระเบื้องไทยในปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท โดย WDC เป็นผู้เล่น Top 3 ที่ครองตลาดรวมกันกว่า 70-80% โดยเราตั้งเป้าเติบโต 10% ในปีนี้ มาจากกระแสการซื้อบ้านมือสองและการรีโนเวตบ้านเดิม ซึ่งมีความคุ้มค่ากว่าการซื้อบ้านใหม่ในทำเลเดียวกัน ทำให้ผู้บริโภคสามารถนำงบประมาณมาปรับปรุงพื้นที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเองได้มากขึ้น
พฤติกรรมในการเลือกซื้อกระเบื้องของลูกค้าในปัจจุบันไม่เพียงให้ความสำคัญเรื่องราคา แต่ยังคำนึงถึง ดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน ในแง่ความทนทาน และความปลอดภัยที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต จุดนี้เองคือโอกาสของ WDC ที่เรามีนวัตกรรมสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างตรงจุด และสร้างความแตกต่างในตลาดอย่างชัดเจน
สำหรับการเข้าร่วมงานสถาปนิก'69 ปีนี้ WDC ได้นำเสนอคอลเลกชันและนวัตกรรมใหม่เพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน โดยมีไฮไลต์สำคัญ ดังนี้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคไทยมีความเข้าใจเรื่องวัสดุตกแต่งมากขึ้นอย่างชัดเจน และเปิดรับแนวคิดการออกแบบระดับโลกได้รวดเร็วกว่าในอดีต จากเดิมที่เทรนด์ใหม่จากต่างประเทศอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะเข้าสู่ตลาดไทย ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถเข้าถึงแรงบันดาลใจและเลือกใช้วัสดุใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น สำหรับทิศทางตลาดวัสดุตกแต่งในปีนี้ต่อเนื่องสู่ปี 2569 จะขับเคลื่อนด้วย 4 เทรนด์สำคัญ ได้แก่
สำหรับแผนธุรกิจปีนี้ WDC เดินหน้าขยายการเข้าถึงลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเปิดสาขาในหัวเมืองศักยภาพ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ สมุย และนครราชสีมา ซึ่งรวมกันแล้วจะมีทั้งหมด 9 แห่งทั่วประเทศ อีกทั้งยังยกระดับโชว์รูมสู่ Experience Center ที่ตอบโจทย์ทั้งเจ้าของบ้าน ผู้พัฒนาโครงการ สถาปนิก และนักออกแบบ เพื่อให้เห็นภาพการใช้งานจริงและเลือกวัสดุได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ทั้งนี้ยังมีทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกสินค้า การตรวจสอบคุณภาพ การจัดเก็บ ไปจนถึงการขนส่งถึงหน้างาน ตอกย้ำจุดยืนการเป็นพาร์ทเนอร์ครบวงจรที่พร้อมสนับสนุนความสำเร็จของทุกโครงการ
"หัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของ WDC คือการสร้างความพึงพอใจและส่งมอบทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยเรามุ่งคัดสรรกระเบื้องคุณภาพพรีเมียมที่โดดเด่นด้านดีไซน์ ผสานเทคโนโลยีทันสมัยเทียบเท่ากับต่างประเทศ เพื่อตอบโจทย์ทุก Pain Point ของการอยู่อาศัย นอกจากนี้ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน WDC ยังดึงจุดแข็งด้านเครือข่ายแหล่งผลิตที่หลากหลายจากทั่วโลกมาเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการเพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุด"
เกี่ยวกับ บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WDC บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WDC ดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายกระเบื้องพื้นและผนังระดับพรีเมียมในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 และมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากกว่า20 ปี โดยมุ่งคัดสรรกระเบื้องและวัสดุตกแต่งพื้นผิวคุณภาพสูงจากทั่วโลกที่ผสานดีไซน์ร่วมสมัย นวัตกรรมการใช้งาน และความคุ้มค่า เพื่อตอบโจทย์งานสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายในครอบคลุมความต้องการของสถาปนิก อินทีเรียร์ ดีไซเนอร์ ผู้พัฒนาโครงการและเจ้าของบ้านที่ต้องการยกระดับคุณภาพพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้สวยงาม มีเอกลักษณ์ และใช้งานได้จริงปัจจุบัน WDC ให้บริการผ่านเครือข่ายโชว์รูมและสาขา 9 แห่งทั่วประเทศครอบคลุมทั้งในกรุงเทพมหานครและ
หัวเมืองหลัก อาทิ เชียงใหม่ ชลบุรี ขอนแก่น และภูเก็ตรองรับการเติบโตของตลาดและความต้องการที่หลากหลายในแต่ละภูมิภาค WDC พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนผ่านการผสานดีไซน์ที่สะท้อนเทรนด์ระดับสากลนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานออกแบบและก่อสร้างในระยะยาว
ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ